ความเท่าเทียม
นับเป็นปรากฏการณ์สำคัญของโลกอาหรับ ที่จู่ๆบรรดาสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศรวยน้ำมัน พร้อมใจกันทิ้งสามีมาเปิดประชุมลับสุดยอดเฉพาะลูกผู้หญิง ที่โรงแรมหรูระดับห้าดาว ใจกลางกรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อถกเครียดเรื่องการเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมกันระหว่างผู้ชายกับ ผู้หญิง
นำทัพขึ้นเวทีประชุมใหญ่สตรีในโลกอาหรับโดย พระราชินี ราเนีย อัล อับดุลเลาะห์ พระ ชายามากกึ๋นของกษัตริย์อับดุลเลาะห์ ที่สองแห่งจอร์แดน ซึ่งเปิดประเด็นได้อย่างดุเดือดเผ็ดร้อน เพื่อกระตุ้นผู้หญิงอาหรับทั่วโลกให้ก้าวมายืนแถวหน้าทัดเทียมกับผู้ชาย
“เมื่อปี 2000 เลขาธิการใหญ่ของยูเอ็นเคยให้คำจำกัด ความคำว่า ความมั่นคงของมนุษย์ หมายถึงภาวะที่ปราศจากความกลัว และปราศจากความต้องการ…โชคร้ายเหลือเกิน ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ในโลกอาหรับตกอยู่ภายใต้อาณัติการกักขัง และไม่มีแม้แต่เสรีภาพที่จะหวาดกลัว!!
…ผู้หญิงอาหรับเคยถูกจำกัดสิทธิให้เป็นคนสุดท้ายที่ได้กิน, ได้เรียนรู้ และได้เลือก โดยเฉพาะในยามข้าวยากหมากแพง ก็เพราะอย่างนี้ พวกเราจึงทำงานกันอย่างหนัก เพื่อเปิดโอกาสให้ ผู้หญิงได้มีสิทธิในทุกด้าน ทั้งสิทธิความเป็นพลเมือง, สิทธิทางการเมือง, สิทธิทางเศรษฐกิจ, สิทธิในสังคม และสิทธิด้านวัฒนธรรม ที่สำคัญที่สุดก็คือ สิทธิในด้านการศึกษา ที่ต้องทัดเทียมกับผู้ชาย พวกเราอยากเห็นคนรุ่นใหม่มีความตระหนักรู้ ในเรื่องสิทธิและหน้าที่ของตนเองอย่างแท้จริง”
อีกหนึ่งหญิงเหล็กแห่งโลกอาหรับ ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดัน เรื่องสิทธิของผู้หญิงมุสลิม และมาสร้างแรงใจบนเวทีนี้ ยังรวมถึง “เชคา ฟาติมา บินต์ มูบารัก” ภริยาคนสวยของประธานาธิบดี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมเพื่อผู้หญิงในครั้งนี้… “สหรัฐ อาหรับเอมิเรตส์ให้ความสนใจอย่างยิ่ง กับประเด็นเรื่องความมั่นคงของมนุษย์ และให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงความมั่นคงของมนุษย์ เข้ากับประเด็นเรื่องผู้หญิง… ความมั่นคงของมนุษย์เป็นแนวคิดใหม่ล่าสุด ที่ตั้ง อยู่บนพื้นฐานของหลักการเรื่องเสรีภาพ, ความมั่นคง และการพัฒนา สิ่งสำคัญก็คือ การแปลงหลักการเหล่านี้ให้เป็นกลไก ที่สามารถนำมาปฏิบัติได้ในชีวิตจริงเพื่อสิทธิของสตรีชาวอาหรับ”
ขึ้นชื่อว่าเป็นเฟิร์สต์เลดี้แล้ว ใช่จะดีแต่ช็อปปิ้งผลาญเงินคงคลังไปวันๆ เพราะแม้แต่สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของตูนิเซีย“ไลลา บินต์ อาลี” ยังโชว์กึ๋นว่า “แม้ผู้หญิงอาหรับจะมีสิทธิมีเสียง ในสังคมคืบหน้าไปมาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว สังคมของชาวอาหรับยังคงเผชิญหน้ากับปัญหาท้าทายมากมาย รวมถึงปัญหาเรื่องอัตราคนไม่รู้หนังสือที่สูงลิ่ว โดยเฉพาะ ผู้หญิงอาหรับอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ถึง 40%”
ยังมีภริยาผู้นำระดับหัวกะทิของประเทศในอ่าวเปอร์เซียมา ร่วมเสริมทัพช่วยเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกผู้หญิงอีกหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของอียิปต์, คูเวต, ซูดาน, ซีเรีย, โมร็อกโก และปาเลสไตน์ ซึ่งพร้อมใจกันประสานเสียงเรียกร้องขอความเท่าเทียมกันในสังคมให้ผู้หญิง
อย่างน้อยๆแค่ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ, สามารถนั่งทานอาหารพร้อมสามีและครอบครัว รวมทั้งมีสิทธิมีเสียงในการแสดงความคิดเห็นต่อหน้าสาธารณชน เท่านี้ก็ถือว่าหรูมากแล้วสำหรับสาวอาหรับที่ถูกกดขี่มาตลอดทั้งชีวิต!!
มิสแซฟไฟร์
ปีที่ 59 ฉบับที่ 18561 วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน 2551

















(3 votes, average: 3.67 out of 5)

Comments
No comments yet.